มีวิธีใดบ้างที่ช่วยตัดสินผลเมื่อ คะแนนบอล เท่ากัน

แฟนบอลหน้าใหม่หลาย ๆ คนที่ยังไม่เคยรู้มาก่อนว่าถ้าทีมที่ตนรักมี คะแนนบอล เท่ากันกับคู่แข่งนั้น จะต้องเอาอะไรมาวัดผลอีกหรือไม่ เพื่อที่จะได้แชมป์หรือชัยชนะมาได้ ซึ่งครั้งหนึ่งทีม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ สามารถคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกในปี 2011-2012 โดยมี คะแนนบอล เท่ากันกับทีม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แต่ลูกได้เสียดีกว่าถึง 8 ลูกจึงทำให้ได้รับชัยชนะไป

แต่ทว่าปัจจุบันมีการเปลี่ยนกฎ เพิ่มเติมข้อมูลสำหรับทีมที่ได้คะแนนเท่ากันไม่ว่าจะเป็นแชมป์หรือในรูปแบบกลุ่มการแข่งขัน ซึ่งจะต้องใช้ระบบ Head-to-Head เข้ามาด้วย จะมีวิธีการอย่างไรมาดูกันเลย

หากผลการแข่งขันในระดับกลุ่ม, แชมป์ลีก ให้ใช้วิธีต่อไปนี้ช่วยในการตัดสิน

ผลต่างประตูได้-เสีย นอกจากคะแนนที่เข้ากันแล้วผลต่างของประตูได้และเสียไป เป็นอีกหนึ่งเกณฑ์การตัดสินที่นำมาใช้ ใครผลต่างประตูที่ดีกว่า มากกว่าจะเป็นฝ่ายชนะไป

คะแนนเท่ากันแล้ว ผลต่างประตูยังเท่ากันอีก ให้มาดูในส่วนของจำนวนประตูที่ยิงได้ ซึ่งการที่จะเป็นแชมป์ได้นั้น จำนวนประตูมีผลอย่างยิง เพราะแชมป์ควรยิงได้เยอะ ได้มากเพื่อสมกับราคาแชมป์นั่นเอง

Head to Head คือ เมื่ออะไร ๆ ก็เท่ากันหมดแบบเป๊ะ ๆ การดูผลการแข่งขันของสองทีมที่เจอกัน ใครผลงานดีกว่าก็เป็นฝ่ายชนะไป เช่น ทีม A เล่นในบ้านชนะทีม B 3-0 ในขณะที่กลับไปเตะบ้านทีม B ทีม B ชนะไป 2-1 นั่นแสดงว่า ทีม A มีผลงานที่ดีกว่า เพราะยิงได้ 4 ลูก ในขณะที่ทีม B ยิงได้แค่ 2 ลูก

เมื่อผลงานทั้งหมดยังเท่ากันอีก การใช้ดวลเพลย์ออฟถือเป็นสิ่งที่ยุตธรรมมากที่สุดละ เพราะแม้ในเวลาจะยังเสมอกันถึง 120 นาทีก็มีจุดโทษที่เป็นตัวชี้ขาดได้

เห็นไหมครับว่ากว่าจะได้แชมป์มา ยุ่งยากขนาดนั้น ดังนั้นทีมที่สมควรจะเป็นแชมป์ก็ควรทำ คะแนนบอล ทิ้งห่างคู่แข่งให้ได้มาก ๆ ในขณะต้องทำลูกได้เสียให้มีผลต่างมาก ๆ ด้วยเพราะไม่อย่างนั้น เมื่อคู่แข่งสามารถทำคะแนนมาเท่าได้ก็อาจพลาดตรงจำนวนลูกได้เสียก็เป็นได้ ดังนั้นควรยิงประตูให้มากและเสียประตูให้น้อย รับรองได้เลยว่าแชมป์อย่างแน่นอน โดยไม่ต้องลุ้นไปจนถึงขั้นตอนต่อไปให้ปวดหัว

คะแนนบอล จึงมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งสำหรับทีมที่จะเป็นแชมป์ แน่นอนแชมป์คงต้องการ 3 คะแนนและไม่อยากแพ้ แต่อย่างน้อยในบางสถานการณ์ก็ควรคว้า 1 คะแนนให้ได้ ดีกว่าไม่ได้สักคะแนนเพราะแพ้ ยิ่งปัจจุบันเกมการแข่งขันมีความดุดันมากขึ้น ผลงานแต่ละทีมก็มีการพัฒนามากขึ้น แชมป์ก็ควรได้รับการพัฒนาและยกมาตรฐานมากขึ้น อย่าง แมนเชสอเตอร์ ซิตี้ ที่ทำงานจนเป็นแชมป์มากกว่า 100 คะแนนในฤดูกาล 2017-2018 และ 2018-2019 ที่ที่ได้คะแนนถึง 99 คะแนนเลยทีเดียว

แชมป์พรีเมียร์ลีกในปี 2011-2012

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *